Monday, 4 December 2017

Kunming-Dali-Lijiang-Shangrila (9)

วันที่8 (11/11/2017) : Kunming,Yuantong Temple,Shuanglong Shopping Mall

ดูโพสก่อนหน้านี้

เตรียมการเดินทาง
https://somersetmghm.blogspot.com/2017/12/kunming-dali-lijiang-shangrila.html

วันแรกการเดินทาง Bangkok-Kunming
https://somersetmghm.blogspot.com/2017/12/kunming-dali-lijiang-shangrila-2.html

วันที่2 : Jade Dragon snow mountain , Lijiang
https://somersetmghm.blogspot.com/2017/12/kunming-dali-lijiang-shangrila-3.html

วันที่3: The First Bend of the Yangtze River , Old Town Shangrila
 https://somersetmghm.blogspot.com/2017/12/kunming-dali-lijiang-shangrila-4.html

วันที่4 : Shika snow mountain ,  Napa Haiguiqing Grassland
 http://somersetmghm.blogspot.com/2017/12/kunming-dali-lijiang-shangrila-5.html

วันที่5 : Shangrila-Songzanlin Temple-Lijiang-Black Dragon pool
http://somersetmghm.blogspot.com/2017/12/kunming-dali-lijiang-shangrila-6.html

วันที่6 : Lijiang-Dali - Tianlongdong, Dali Ancient city
https://somersetmghm.blogspot.com/2017/12/kunming-dali-lijiang-shangrila-7.html

วันที่7 : Dali - The Chongsheng Temple and the Three-Pagoda, Xizhouzhen,Little Putuo
https://somersetmghm.blogspot.com/2017/12/kunming-dali-lijiang-shangrila-8.html 



 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริป พรุ่งนี้เรามีเวลาแค่ครึ่งวันก่อนเดินทางกลับไทย ฉะนั้นจึงมีแค่วันนี้ที่เราสามารถเที่ยวได้เต็มวันเท่านั้น 

แต่การเดินทางกลับโดยรถไฟ ถึงจะได้ตู้นอนแบบเตียง 2 ชั้น นอนสบายกว่าเตียง 3 ชั้น แต่แรงเหวี่ยงของรถไฟที่คงวิ่งลงจากที่สูงลงมาทำให้รถเหวี่ยงแรงเวลาเข้าโค้ง หรือเข้าจอดตามสถานีรายทาง หลายๆคนนอนไม่ได้ ดังนั้นโปรแกรมของวันนี้จึงมีมติเอกฉันท์ของดดีกว่า คุนหมิงมาสะดวกไว้รอตั๋วเครื่องบินถูกๆค่อยบินมาใหม่ก็ได้

รถไฟเข้าสถานีคุนหมิงประมาณตีห้ากว่าๆ ถึงก่อนเวลาเกือบชั่วโมง เราจองโรงแรมที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟ คือ Kunming Jin Jiang Hotel ซึ่งก็คือจุดที่เราลงรถบัสที่มาจากสนามบินนั่นเอง  ปรึกษากันว่าเราจะลองเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรมก่อนแล้วค่อยนั่งปรึกษากันว่าจะไปไหนกันต่อ

แต่ชั่งโชคดียิ่ง ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าจะเปิดให้เช็คอินได้ตอน 6.30 น. หลังจากนั่งคุยกัน บางคนก็นั่งหลับรอที่ล้อบบี้ เราก็ได้เข้าห้องพักได้เลย แผนเลยปรับแบบไม่ต้องรั้งรอว่า นอน แล้วพบกันที่ล้อบบี้ตอน 11 โมงเช้า

หลังจากได้นอนกัน 2-3 ชั่วโมง พวกเราก็กระฉับกระเฉงขึ้นมา ตกลงกันว่า หาข้าวเช้าควบกลางวันทานกันก่อน แล้วไปวัดหยวนทง กัน หลังจากนั้นค่อยไปช้อปปิ้ง




เราเดินออกจากโรงแรมเลี้ยวซ้ายข้ามสี่แยก แล้วเลี้ยวซ้ายมานิดก็พบร้านอาหารริมทางหลายร้าน สุ่มเลือกร้านที่มีก๋วยเตี๋ยวและติมซ่ำร้านนึง ก็ไม่ผิดหวัง ข้าวราดผัดผักชามยักษ์ที่เราเลือกจิ้มบนเมนูหอมอร่อย เกี๊ยวน้ำชามโตก็อร่อย น้ำถั่วเขียวที่เรานึกว่าน้ำเต้าหู้ก็หอมอร่อย อิ่มหนำกันด้วยราคาไม่ถึงร้อยหยวน








จากนั้นก็เรียกแท๊กซี่ ไปส่งที่วัดหยวนทง เราต้องใช้แท๊กซี่ 3 คัน เพราะกฎหมายให้รับผู้โดยสารได้ไม่เกิน 4 คน ค่ารถประมาณ 13 หยวนต่อคัน ค่าเข้าวัดถูกมากคนละ 6 หยวน







“วัดหยวนทง”  วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเมืองคุนหมิง ภายในวัดตกแต่งร่มรื่นสวยงาม กลางลานมีสระน้ำขนาดใหญ่ สร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังมีอายุยาวนานประมาณ 1,200 กว่าปี แต่การสร้างวัดแห่งนี้ดูแล้วจะแปลกตากว่าวัดอื่นๆในจีน เพราะปกติแล้วการสร้างวัดของจีนส่วนมากจะต้องสร้างอยู่บนภูเขา มีแต่วัดหยวนทงที่สร้างแปลกที่สุดในจีนคือสร้างวัดต่ำกว่าภูเขา โดยวิหารจะอยู่ต่ำที่สุด เนื่องจากวัดแห่งนี้ ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดโดยตรง แต่เคยเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิมมาก่อน ดังนั้นคำว่า “หยวนทง” จึงเป็นชื่อที่ปรากฏในคัมภีร์ของเจ้าแม่กวนอิม

 ด้านหลังสุดของวัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์ไทยซึ่งสร้างในรูปแบบผสมจีน ไทย ภายในโบสถ์ไทยแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธชินราช” ของไทย ซึ่งจำลองมาจากพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ วัดแห่งนี้ เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างไทย-จีน นับเป็นพระพุทธรูปองค์แรกในประเทศไทยที่มาตั้งอยู่ในเมืองจีน
















จบทริปวัดหยวนทงแล้ว  คราวนี้ก็ถึงเวลาไฮไลท์ของวันที่ทุกคนตั้งตารอ เพราะหลังจากสรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริปแล้ว เรามีเงินลงขันเหลือมากโข จึงคืนให้ทุกคนคนละ 750 หยวน ทุกคนจึงคึกคักเป็นพิเศษ

เรากลับมาตั้งต้นที่โรงแรม เพราะแหล่งช้อปปิ้งอยู่ใกล้โรงแรมนั่นเอง เราเดินเลี้ยวซ้ายผ่านร้านอาหารที่เราทานเมือเช้า เลี้ยวขวาเข้าถนนเล็กๆ เดินไปไม่ไกลก็เห็น  Shuanglong Shopping Mall อยู่ข้างหน้า แต่ก่อนจะเดินถึงก็มีร้านขายเป็ดย่างข้างทางสกัดหน้า ทุกคนไม่รอช้าแวะสั่งมาทานในทันใด 2 ตัวรวด ร้านข้างทางขายแบบห่อกลับ ไม่โต๊ะให้นั่งทาน แต่พวกเราก็ไม่ย่อท้อ ไปลากเก้าอื้ในร้านเค้ามานั่งกินกันริมทางเท้าหน้าร้านนั่นเอง เป็ดย่างย่างแบบหนังกรอบวิธิกินก็มีแผ่นแป้งและแตงกว่าต้นหอมห่อจิ้มน้ำจิ้ม คล้ายเป็ดปักกิ่ง อร่อยมาก แต่น้ำจิ้มเค็มไปนิดไม่หวานเหมือนบ้านเรา








 ถ้าติดตามอ่านริวิวบันทึกนี้มาตั้งแต่ตอน 2-8 นี้ คงเข้าใจว่า สมาชิกคณะนี้ลิ้นจระเข้แน่ เพราะทุกมื้อโม้ว่าอร่อยตลอด ไม่มีไม่อร่อยบ้างรึไง  ขอบอกว่า อาหารยูนานส่วนใหญ่อร่อยเหาะ ไม่ว่าจะสั่งอะไรไม่ค่อยผิดหวัง รสชาดและความเผ็ดใกล้เคียงบ้านเราแต่จะติดเค็มไปนิด เรียกว่า บรรดาน้ำพริก น้ำจิ้มต่างๆที่เราติดตัวจากเมืองไทย ไม่ได้หยิบมาร่วมโต๊ะเสวย ต้องทิ้งหรือยกให้โรงแรมที่เราพักไปเลย

ต่อจากนี้ก็เป็นรายการช้อปปิ้ง และ ต่อแหลกราญ หลายๆคนอดใจซื้อกระเป๋าเดินทางล้อลากไม่ไหว เพราะราคายั่วใจมากๆ จากราคาตั้งตอนถามราคา 300 กว่าหยวน ต่อไปต่อมาก็เหลือใบละ 100 หยวนไปได้สำหรับกระเป๋าล้อลาก 20 นิ้ว คิดเป็นเงินไทยประมาณ 500 บาท ใบใหญ่ก็แพงขึ้นอีกนิดหน่อย อันนี้เป็นผลจากคราวไปเมืืองกวางโจวตอนต้นปี และเห็นกระเป๋าที่นั่นวางขายลดราคาอยู่ใบละ 80 หยวน เลยทำให้การต่อราคาไม่กลัวโดนพ่อค้าด่า  เสื้อผ้ากันหนาวก็ถูกมากๆแขวนราวลดราคาถูกๆและยังถูกพวกเราต่ออีก เพราะซื้อกันหลายตัวพ่อค้าจึงยอมลดราคาให้

เราเดินซื้อของกันจนห้างปิด และวันรุ่งขึ้นยังมีเวลาวิ่งมาซื้อเพิ่มอีก และนี่คือโฉมหน้ากระเป๋าเดินทางตอนขากลับ ออกลูกหลานเต็มไปหมด



 ก่อนจะจบบันทึกการเดินทางในครั้งนี้ คงมีคำถามว่า แล้วไม่พูดถึงห้องน้ำเมืองจีน บ้างเลยรึ

ขอบอกว่า เมืองจีนวันนี้เค้าพัฒนาไปเยอะมาก ห้องน้ำ ห้องส้วม ทันสมัยขึ้นมาก ยกเว้นออกไปนอกเมือง แถบชนบท เรายังเจอห้องน้ำแบบส้วมราง และเราก็ไม่รอช้าที่ขอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการใช้ หลับตาซะอย่ามองลงไปดูในรางว่ามีของใครที่เข้าก่อนหน้าเรา นอนสงบอยู่ก้นราง เราเตรียมกระดาษเปียกมาเยอะจุใจ จึงไม่ลำบากในการเข้าห้องส้วมเมืองจีนแต่อย่างใด

วิธีใช้งาน ให้ยืนคล่อมรางหันข้างให้ผู้คนช่องใครช่องมัน และนั่งยองๆปลดทุกข์หนัก ทุกข์เบา จนเสร็จ ก็ใช้กระดาษเปียกเช็ดทำความสะอาด และลุกออกมาได้  ในระหว่างปลดทุกข์ก็ยังสามารถสนทนากับคนห้องข้างๆได้ ไม่เหงา








สุดท้ายก่อนจบ การเดินทางเที่ยวในเมืองจีนแบบไม่มีไกด์ หรือคนพูดภาษาจีนได้ จำเป็นที่เราต้องเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด เช่น

  • แอปแผนที่เดินทางแบบออฟไลน์ควรเลือกใช้ Maps.mee จะใช้ได้ดีกว่า googlemaps  โหลด whatsapp ไว้ เพราะในเมืองจีนเค้าไม่ใช้ Line, Facebook , instragram  จะช่วยในการติดต่อโรงแรม หรือคนที่เราต้องการในเมืองจีนได้
  • จุดท่องเที่ยวในแต่ละที่ ควรพิมพ์ภาพสถานที่ และมีชื่อภาษาจีน พร้อมที่อยู่ ให้ครบ สำหรับให้แท๊กซี่ หรือถามทาง
  • โรงแรมที่พัก มีภาพโรงแรม ชื่อที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ให้ครบ
  • อาหาร พิมพ์รูปไว้เลย เพราะตามร้านอาหารจะมีแต่อาหารสดไว้ ให้เราเลือกและสั่งว่าให้พ่อครัวปรุงอย่างไร ถ้ามีรูปจะง่าย ที่มั่นใจว่าได้กินอาหารที่เราตั้งใจสั่งแน่นอน
  • พิมพ์บทสนทนาภาษาจีน ที่น่าจะใช้งาน อ่านไม่ออก ก็ยื่นให้คนที่เราสนทนาอ่าน 
  • ที่เหลือไปแก้ปัญหาเอาดาบหน้า  แต่ส่วนใหญ่คนจีนที่นี่เค้าก็ให้ความช่วยเหลือดี 
จบทริปนี้แล้วจะไปเมืองไหนต่อดี  ไว้คอยติดตามแล้วกันนะคะ