Wednesday, 24 August 2011

ย่ำต๊อกในเบอร์ลิน เยอรมัน

เบอร์ลินเป็นจุดแรก หรือ ประตูสู่ยุโรปสำหรับคณะเรา ทั้งนี้เพราะเราเลือกเดินทางโดยสายการบิน เบอร์ลินแอร์ สายการบินราคาประหยัด  จุดหมายปลายทางคือ สต๊อคโฮม สวีเดน  แต่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องที่ เบอร์ลิน ฉะนั้น เบอร์ลินคือจุดแรกที่แตะแผ่นดินทวีปยุโรป และตามธรรมเนียมที่ต้องผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่นี่ด้วย

พิธีการไม่มีอะไรมากมายไปกว่าการเข้าแถว ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์มอะไรอีก เจ้าหน้าที่แค่สแกนหนังสือเดินทาง และเงยขึ้นมองหน้าเราว่าตรงกับพาสปอร์ตหรือไม่ ประทับตราเสร็จก็เดินเข้าประเทศเยอรมัน หรือ จะเดินทางต่อไปที่ไหนในยุโรปก็ตามใจเอ็ง








แต่เรามีกำหนดต้องต่อเครื่องแอร์เบอร์ลินเช่นกัน เดินทางต่อไปสต๊อกโฮม และเวลาก็ไม่มากมายอะไร อีกทั้งกะเหรี่ยง 2 คนนี้ ก็ภาษากระท่อนกระแท่นเหลือเกิน ทางที่ดีนั่งรอขึ้นเครื่องดีกว่า

ระหว่างรอเวลา ตัดใจซื้อโค้ก 1 ขวด และ แซนด์วิชชิ้นโตมา 1 ชิ้น  จ่ายไป 8 ยูโร (ยูโรละ 43 บาท)  แซนด์วิชชิ้นโตเราจึงแบ่งกันทานคนละครึ่ง ค่อยคุ้มค่าเงินหน่อย

จากนั้นก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องได้แล้ว  เวลา 3 ทุ่มกว่าๆในช่วงกลางหน้าร้อน สว่างยังกะหกโมงเย็น






เราเดินทางถึงสต๊อคโฮม เมื่อตอนห้าทุ่มกว่าๆ  ท้องฟ้าเหนือกรุงสต๊อกโฮมยังสว่างอยู่  นี่เราคงใกล้จุดที่จะได้ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนแล้ว


เราใช้เวลาที่ สต๊อกโฮม และ ไปเที่ยวที่ เบรเก้น นอร์เวย์  ใช้เวลาที่นี่ 5 วัน  รายละเอียดการท่องเที่ยวอ่านได้ที่   " สต๊อกโฮมในสายฝน"   และ " Explore Norway"
http://somersetmghm.blogspot.com/2011/07/explore-norway-201119-21-june.html


จากนอร์เวย์ สต๊อกโฮม  เวลาที่เหลือ เราไม่พลาดที่จะต้องเดินทางไปเที่ยวส่วนอื่นๆของยุโรปด้วย  จุดแรกของการเดินทางท่องยุโรปแผ่นดินใหญ่ แน่นอนคือที่เบอร์ลิน




เรามีเวลาเที่ยวในเบอร์ลิน 2 ช่วง ช่วงแรกคือวันที่เดินทางมาครั้งนี้ 1 วัน  และ วันสุดท้ายเพื่อเดินทางกลับไทย อีก 1 วัน  ลืมบอกไปนิดนึง  ตั้งแต่วันแรกที่เราแตะแผ่นดินยุโรป เราผ่านการตรวจคนเข้าเมืองครั้งแรกครั้งเดียว ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนในยุโรป ตั้งแต่ สวีเดน นอร์เวย์ ผ่านไปยังสาธารณรัฐเชค ฮังการี และ ออสเตรีย  เราสามารถเดินทางผ่านได้เหมือนเราเดินทางจาก กรุงเทพ ไปเชียงใหม่ สะดวกสบายมากๆ  แต่ก็ดูน่าจะหละหลวมมากๆสำหรับระบบรักษาความปลอดภัย

ที่เบอร์ลิน เราพักที่บ้านคุณวรรณ  เพื่อนของพี่เข้ ที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน  เราจึงประหยัดค่าที่พักในเบอร์ลินไปได้ 2 คืน   และคุณวรรณ ยังทำหน้าที่เป็นไกด์พาพวกเราท่องยุโรปและเป็นคนวางเส้นทางให้อีกด้วย  ขอบคุณคุณวรรณ มา ณ ที่นี้  ที่ทำให้การเดินทางช่วงเวลานี้ได้รับความสะดวกสบายมากทีเดียว

บ้านหรืออพาทเมนต์ของคุณวรรณ อยู่ในโซนที่เคยเป็นเยอรมันตะวันออก มีความเก่าและเก๋าเงียบสงบมากสำหรับเมืองใหญ่ๆเช่นนี้



อาพาทเมนต์ขนาดกระทัดรัด กำลังดีสำหรับครอบครัว 2 คน คือ คุณวรรณและสามีชาวเยอรมัน  น่าอยู่มากๆ ได้รับการแต่งด้วยของน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม อย่างลงตัว  มุมที่คุณวรรณชอบที่สุดและเราก็เห็นด้วย คือมุมโต๊ะอาหารในครัวขนาดเล็ก น่านั่งมากๆมองผ่านหน้าต่างออกไปได้เห็นความเขียวชอุ่มของต้นไม้ใหญ่เป็นจุดพักสายตาได้อย่างวิเศษ

หลังจากทานข้าวเช้า เน้นว่าข้าวเช้าประกอบด้วย แกงไตปลา(รสเยี่ยม)ที่เป็นฝีมือของคนไทยที่นี่ ไข่เจียว และอะไรอีกอย่าง  เราก็พร้อมจะออกไปย่ำต๊อกในเบอร์ลินกันแล้ว


เราขึ้นรถรางไปที่หอสูงเพื่อชมกำแพงเบอร์ลิน ที่เลื่องชื่อ

แต่กำแพงเบอร์ลินวันนี้ ไม่แตกต่างไปจากกำแพงปูนทั่วๆไป  ถ้าเราไม่ได้ชมนิทรรศการที่แสดงให้เห็นความทุกข์ยากของครอบครัวที่ต้องพรากจากกันแค่ชั่วคืน  พ่อแม่อยู่ด้านหนึ่ง และ ลูกอยู่อีกด้านหนึ่ง ไม่สามารถข้ามกลับมาอยู่ด้วยกันได้อีก  อิสระเสรีภาพที่แตกต่างกันราวฟ้าดินแค่กำแพงกั้น ด้านหนึ่งมีอิสระเสรีแบบโลกตะวันตกทั่วไป อีกด้านอยู่อย่างแร้นแค้น ไม่มีอิสระเสรี เฉกเช่นประเทศสังคมนิยมอื่นๆไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะข้ามไปอีกด้านหนึ่ง ถ้าฝ่าฝืนโทษถึงตาย......

วันที่กำแพงเบอร์ลินถูกทลายลง จึงเป็นวันแห่งความปรีดาของผู้คนทั้ง 2 ฝาก ที่ไม่ลังเลที่จะเชื่อมเป็นหนึ่งเหมือนเดิม




กำแพงเบอร์ลิน วันนี้จึงเป็นเพียงอนุสรณ์ที่เตือนใจถึงความโหดร้าย ความพลัดพราก การแบ่งแยก และเป็นที่ผู้คนพากันมาแสดงความระลึกถึงด้วยการวาดภาพบนกำแพง หรือ บางคนก็เซ็นชื่อเหมือนสมุดเซ็นชื่อว่าได้มาเยี่ยมที่นี่แล้ว




หรือวาดภาพล้อเลียน ผู้นำประเทศที่จูบปากกันดูดดื่ม




แนวกำแพงจุดนี้ น่าจะประมาณ 2 กม. เราเดินเก็บภาพอย่างเพลิดเพลิน





จากกำแพงเบอร์ลิน เราไปต่อที่ อาคารเก่าและหอสมุด มหาวิทยาลัย 








 และประตูชัย





 และอนุสาวรีย์สำหรับชาวยิวนิรนามที่ถูกฆ่าแทบจะล้างเผ่าพันธุ์




 สุดท้ายสำหรับวันนี้ที่อาคารรัฐสภา  ที่จะมีโดมกระจกใสที่ทันสมัย  แต่เราไปเย็นมากแล้วจึงไม่สามารถเข้าไปด้านใน  ได้แต่ถ่ายด้านนอกแทน





 แทบจะลากขากลับบ้านกันเลย.......

และวันสุดท้าย หลังจากตลุย เชค ฮังการี และ ออสเตรีย มาจนน่วมแล้ว วันนี้เราจึงเลือกไปเดินช้อปปิ้งที่ห้างที่หรูที่สุดในเยอรมัน  แต่...ขอกระซิบบอกว่า ห้างดังๆทั้งหลาย ไม่ว่าที่ สต๊อกโฮม หรือ ที่เบอร์ลิน สู้ห้างดังๆในกรุงเทพเมืองฟ้าอมรของเราไม่ได้เลย  ของเราหรูกว่าเยอะและสินค้าบ้านเราก็ถูกกว่าเยอะ มิน่าฝาหรั่งทั้งหลายถึงนิยมมาเที่ยวบ้านเรา บ้านเราสวรรค์อย่างแท้จริงทั้งที่กิน ที่เที่ยว ที่ช้อป  ครบวงจรจริงๆ

ลาจากกันด้วยภาพ บ้านที่แสนอบอุ่น และ เจ้าของบ้านที่น่ารัก  ขอบคุณอีกครั้งค่ะ