Saturday, 23 July 2011

คลาสสิค Budapest 2011,24 June

วันนี้จะพาไปเที่ยว กรุงบูดาเปส ประเทศฮังการี กันค่ะ

ต่อจากตอนที่แล้ว จากปราก สาธารณรัฐเชค จากเมืองเก่า เรานั่งรถไฟใต้ดิน มาขึ้นรถไฟเพื่อเดินทางต่อไป บูดาเปสกัน

ที่สถานีรถไฟใต้ดิน ภาพนี้ ตอนแรกก็ดูแปลกๆที่ทำช่องเป็นซองๆซ้ายขวา พอลงไปยืนจึงรู้ว่า ทางรถไฟใต้ดินเค้าไม่ได้วิ่งใต้ดินอย่างเดียวมีขึ้นม าบนดินด้วย อุโมงค์จึงเป็นช่องเปิด ซึ่งลมจะแรงและหนาว ช่องนี้จึงสำหรับกันลมหนาวได้เป็นอย่างดี
------


นั่งรอกันพักใหญ่ จึงได้ขึ้นรถไฟไป บูดาเปส กัน รถไฟค่อนข้างเก่าทีเดียว พอๆกับ รฟท. ผิดหวังมากๆเพราะคืนนี้เราต้องนั่งหลับบนรถไฟ ซะด้วย รถเก่า เบาะแคบ และ คนแน่น ดีว่าเรายอมเสียเงินเพิ่มจองที่นั่งไว้เรียบร้อยแล้ว จึงสามารถไล่เจ้าหนุ่มฝรั่งที่นั่งหน้าตายให้ลุกออกไ ปจากที่นั่งของเราได้

แต่...คืนนี้ก็แทบจะนอนไม่ค่อยหลับ เพราะคนเยอะ และแสงไฟสว่างโร่ หลับไปตืนไป จนเช้ารถไฟก็เข้ามาถึง บูดาเปส 
----


ก้าวแรกที่บูดาเปส สถานีรถไฟ เห็นแล้วเหมือนหัวลำโพงบ้านเราเหลือเกิน แสงเช้ากำลังสวย เดินไปก็ควักกล้องใหญ่ขึ้นมาถ่าย ( กล้องเล็กเดี้ยงไปตั้งแต่ออกจากนอร์เวย์แล้ว ) ถ่ายเสร็จก็วิ่งตามพรรคพวกออกมาหน้าสถานี

เราตั้งหลัก หาแผนทีเพื่อหาตำแหน่งที่พักที่คุณวรรณ ได้จองเอาไว้ เพื่อจะได้นั่งรถไฟใต้ดินไปกัน และสอบถามผู้คนแถวๆนั้น ก็สามารถเดินทางมาถึง พิกัด ที่ระบุไว้ได้ เดินดูเลขที่อาคารจนเจอเลขที่ตรงกับที่เราจองที่พักไ ว้

อืม....ไม่เลวเลย อยู่ตรงสีแยกกลางเมืองเลย ด้านหน้ามีโบสถ์ยิวที่น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพราะ เห็นมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเป็นกรุ๊ปเลย แต่ทำไมที่พักเราจึงเงียบนัก คุณวรรณเลยโทรหาเจ้าของ ( ประโยชน์ของการได้คนในพื้นที่พาเที่ยว ดีตรงนี้เอง สามารถใช้โทรศัพท์โทรติดต่อกันได้ ถ้าพวกเรามากันเองยังไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไง) เจ้าของบอกให้รอสักครู่จะรีบมา เราก็งงๆว่าทำไม่ต้องรีบมา ไม่ได้อยู่ที่นี่หรือ
-----


มาถึงบางอ้อ... เมื่อเจ้าของมาถึง เป็นหนุ่มตรุกี มาทำธุรกิจที่นี่ ที่อยู่ที่เราได้รับตอนจองที่พัก เป็นมุขหลอกค่ะ เพราะที่อยู่นี้เวลาค้นหาบนกูเกิ้ลแล้ว มันดูดีกลางเมืองริมถนนใหญ่ ทำให้ได้ราคาและลูกค้าตัดสินใจง่าย ของจริง ต้องเข้าซอยห่างจากที่นี่พอสมควร เป็นอพาสเมนต์เก่าๆ แบบห้องรวม ห้องชุดมี 3 ห้อง แต่ละห้องพักได้ 4-5 คน มีห้องนั่งเล่นอยู่ตรงกลางแบบใช้ร่วมกัน เราได้พักรวมกันห้องหนึ่ง และ มีคนอื่นพักรวมกันอีกห้องหนึ่ง

เรามาดูภาพหน้าห้องกันค่ะ เก่าคลาสสิคซะไม่มี......
----





เห็นโทรมๆอย่างนี้ ราคาสำหรับเงินบาทแล้วใกล้เคียงระดับ 4-5 ดาวบ้านเราทีเดียว

สิ่งแรกที่ทำคือ อาบน้ำ เพราะหมักมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ที่จริงไม่เรียกว่าหมักหรอก เพราะไม่มีเหงื่อซักนิด อากาศก็เย็นสบายดี แต่ยังไงก็ขออาบน้ำไว้ก่อนดีกว่า อาหารมื้อนี้ก็งัดเอา มาม่าและอาหารกระป๋องที่เพียรขนมาจากกรุงเทพฯ ออกมาใช้ให้หมด จะได้ไม่ต้องเป็นภาระแบกไปอีก

เสร็จสรรพ ก็เริ่มโปรแกรมทัวร์ได้แล้ว

หน้าที่พักก็แจ่มดีนะ...
-----


ก่อนอื่น เราต้องซื้อตั๋วโดยสารแบบตั๋ววันกันก่อน ราคาเท่าไหร่จำไม่ได้ค่ะ ที่นี่เมื่อซื้อตั๋วแล้วเราต้องกรอกวันที่เราใช้ลงไป ในตั๋วด้วย ตั๋วเหมานี้เราสามารถเลือกเดินทางได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายใน 24 ชม. และในยุโรปนี้เค้าใช้ระบบความซื่อสัตย์ของตัวเอง คือขึ้นรถแล้วเมื่อเริ่มใช้บัตรครั้งแรกเราต้องไปสแต มป์ที่เครื่องขายตั๋วบนรถ จะไม่สแตมป์ก็ได้ ไม่เห็นมีใครเค้าสนใจ แต่ถ้านายตรวจขึ้นมาตรวจแล้วพบว่าเราไม่ได้สแตมป์ตั๋ ว น่าจะมีการปรับแน่ๆ เพราะตั๋วที่ไม่ได้ลงวันที่และไม่ได้สแตมป์เท่ากับเป็นตั๋วที่ยังไม่ได้ใช้งาน ก็สามารถนำไปใช้งานวันอื่นๆได้นั่นเอง

ซื้อตั๋วแล้ว ก็ลงไปรอรถไฟเพื่อเริ่มต้นเดินทางกัน บันไดเลื่อนเค้าสูงจริงๆ
----



ที่แรก เราตั้งใจไปอาคารรัฐสภากัน เพราะเป็นอาคารเก่าที่สร้างในแบบศิลปะโกธิค บาร๊อค สวยงามมากๆ

เมื่อไปถึง เจอคนจีนกลุ่มหนึ่งถือป้ายและธงชาติจีน อยู่หน้ารัฐสภานึกว่าเค้าประท้วงอะไรกัน แต่เห็นทุกคนดูยิ้มแย้มแจ่มใสและมีธงเล็กๆในมือด้วย น่าจะมีคนใหญ่คนโตมาแน่ๆ รู้ภายหลังว่าประธานาธิบดีจีนมาเยี่ยมที่นี่ หรือที่คนที่นี่เรียกว่า Big China และต่อไป นายคนนี้ไม่ว่าเราจะไปเที่ยวตรงไหน จะเจอนายคนนี้ต้องมาเที่ยวจุดเดียวกันแทบทุกที่ ทำให้บางสถานที่เราไม่มีโอกาสได้เข้าไป เพราะเค้าต้องกันรักษาความปลอดภัยนั่นเอง เซ็งเป็ด.....
----



เราหนีนาย Big china นั่งรถรางไปที่เชิงสะพานข้ามแม่น้ำดานูบ แวะถ่ายวิวซักนิดก่อนจะข้ามสะพานไปอีกฝั่ง
---


ก่อนข้ามสะพาน เราผ่านอาคารนี้ เจอกองเชียร์ Big China เลยรีบเลี่ยงข้ามสะพานกัน
---




ข้ามมาอีกฝั่งแล้ว เจอตลาดนัดวันเสาร์ และเวทีคอนเสริต ที่ชาวเมืองจะมานั่งและยืนอาบแดดชมคอนเสริตกัน ถ่ายดอกไม้ผ้าเพราะเห็นสีสันสวยงามดี นอกนั้นไม่ได้ถ่ายอะไรเดินดูของกับซื้อขนมมานั่งกิน ขนมขึ้นชื่อคือ มาซิฟาน เป็นขนมทำจากถั่วอัลมอนด์บดและเคลือบด้วยน้ำตาลอีกที หวานมากซื้อมา 2 ชิ้นค่อยๆเล็มมาหมดที่กรุงเทพนี่เอง
---




ข้ามมาอีกฝั่งแล้ว ถือโอกาสถ่ายภาพย้อนกลับไปฝั่งรัฐสภาที่สวยงามอีกครั้ง
---




เดินชมตลาดจนเบื่อ เราก็ขึ้นรถกระเช้าขึ้นเขาเพื่อไปชมพระราชวัง และ โบสถ์แมทเธียส กัน

ขึ้นไปถึงด้านบน เจอตำรวจกันคนอีกแล้ว ปรากฏว่า Big china กำลังจะมาที่นี่เหมือนกัน จึงกันคนไม่ให้เข้าไปในพระราชวัง อดอีกแล้วววววว...
---

เข้าพระราชวังไม่ได้ ก็เดินมาที่โบสถ์เซ็นต์แมทธิว หรือ เซ็นต์แมทเธียส ปรากฏว่าโบสถ์กำลังซ่อมแซม ถ้าจะเข้าในโบสถ์เก็บค่าเข้าชมด้วย เสียดายเงินเพราะไม่แน่ใจว่าข้างในจะปิดซ่อมเหมือนข้ างนอกหรือไม่

เร่ไปถ่ายวิวดีกว่า......
---





วิวของอาคารเก่าสวยๆ เรียกว่าในระนาบ 180 องศา สามารถถ่ายเจาะได้ทุกองศาเลยละ ดีใจที่ยอมแบก 70-200 มาด้วย
---




กลับมาที่หน้าโบสถ์อีกครั้ง เสียดายที่ด้านหน้าล้อมรั้วเอาไว้ ฉะนั้นก็ต้องถ่ายเจาะเฉพาะส่วนเอาก็ได้
---
 




จากนั้นคุณวรรณ บอกว่าจะพาไปช้อปปิ้งที่ตลาดกัน แต่เราไปไม่ทันตลาดปิดไปแล้ว งั้นย้ายไปเดินช้อปปิ้งถนนคนเดินที่ย่านเมืองเก่ากัน เมื่อยก็กลับที่พักกัน วันนี้นอนแต่หัวค่ำ เพราะเมื่อวานหลับนกมาตลอดทาง

พรุ่งนี้เราจะเดินทางไป เวียนนากันแต่เช้า ติดตามชม เวียนาย้อนยุค กันในตอนต่อไปค่ะ
----