ปักกิ่ง (Beijing)
31 Mar - 5 May 2025
ทริปนี้ตั้งใจไปตะลุย 3 เมืองใหญ่ คือเมืองหลวงปัจจุบัน ปักกิ่ง แล้วฉีกลงใต้ไปเมืองหลวงเก่าคือ เมืองลั่วหยาง จบที่เมืองท่าที่สวยตระการตาคือ เมืองชิงเต่า ที่จริงไม่น่าใช้รูทนี้ ควรเป็น ปักกิ่ง-ลั่วหยาง-ซีอาน มากกว่า แต่น้องสะใภ้ อยากไปชิงเต่า เลยต้องเป็น 3 เส้าแบบสามเหลียม เสียเวลาเดินทางหน่อย แต่ก็จบที่อยากไปไม่ต้องกลับมาใหม่
ชวงที่ไปเป็นช่วงที่ ดอกซากุระ หรือที่คนจีนเค้าเรียกว่า "อิงฮวา" (樱花) กำลังเบ่งบานพอดี และแต่ละเมืองที่ปลูกเค้าก็ปลูกกันจริงจัง เดินชมกันจนเบื่อไปข้างเลย
เราออกเดินทางด้วยสายการบินจีน ตอนตี1 แต่กว่าจะออกก็ดีเลย์ไปชั่วโมงกว่าๆ ทำให้ตอนปลี่ยนเครื่องที่เมืองกวางโจว เหลือเวลาแค่ 1.30 ชม. ออกจากเครื่องต้องวิ่งกันเลยทีเดียว ที่จริงเกตอยู่ใกล้ๆกัน แต่เสียเวลาตรง ตม. คิวยาวมาก
ที่ปักกิ่งเราเลือกพักอพาทเมนต์สำหรับพวกเรา 5 คน เป็นอพาทเมนต์แถวๆย่านSanlitun จากสนามบินนั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Dongsi Shitiao station ลากกระเป๋าเดินมาอีกพักนึง ก็ถึง เราติดต่อกับเจ้าของผ่าน วีแชท ซึ่งสะดวกมาก ได้ห้องพักชั้น10 กว้างขวางมีชั้นลอยด้วย
แม้เราจะมาถึงประมาณเที่ยงกว่าๆ แต่เจ้าของใจดีมาก บอกห้องว่างแต่แม่บ้านกำลังทำความสะอาดอยู่ ให้ฝากกระเป๋าไว้ได้เลย
จุดหมายแรกที่ต้องทำเมื่อมาถึงปักกิ่ง คือ กินเป็ดปักกิ่ง ซึ่งมีร้านเป็ดอยู่ใกล้ๆที่พักเดินไม่ไกล ราคาเป็ดทั้งตัวรวมเครื่องเคียงตัวละ 700 หยวน ราคานี้คือทานในร้าน แต่หลังจากนั้น เราเดินผ่านตลาดซึ่งมีเป็ดปักกิ่งขายคนท้องถิ่น ราคาย่อมเยามาก ถ้าจำไม่ผิดตกตัวละไม่ถึง 200 หยวน มีเครื่องเคียงพร้อม ดังนี้วันหลังเราจึงจัดการกันจนเห็นเป็ดแล้วเอียนกันทีเดียว
เดินผ่านป้ายโฆษณา หนังเรื่องล่าหยก ที่กำลังดัง ก็ขอแวะถ่ายคู่กับ อู่อันโหว (จางหลิงเฮ่อ) กันซักนิด
อิ่มหนำก็กลับมาที่พัก พักผ่อนกายา เย็นๆค่อยออกมาเดินดูแสงสีและหาหม้อไฟทานกัน
วันที่สองของการเดินทาง วันนี้พวกเรามีโปรแกรมจะไป พระราชวังต้องห้าม 故宫博物院 ซึ่งอยู่ไม่ไกล แต่ช่วงเช้าการจราจรที่ปักกิ่ง รถติดหนักมาก เราเรียกแท๊กซี่แบบ 7 ที่นั่ง ผ่านแอป ดีดี ให้มาส่ง ความรีบร้อนปักจุดส่งผิด ทำให้ต้องเดินไกลกว่าเดิม รู้งี้เรานั่งรถใต้ดินดีกว่า เดินพอๆกันแต่ประหยัดค่ารถได้มากกว่าและไม่ต้องเสียเวลารถติดด้วย
พวกเราซื้อตั๋วเข้ามาจากเมืองไทยล่วงหน้าแล้ว แค่เข้าแถวแสดงพาสปอร์ต ก็เข้าได้เลย ผ่านจุดตรวจไปแล้วก็ต้องเดินอีกเป็นกิโล กว่าจะเจอทางเข้าพระราชวัง ช่วงที่พวกเราไปอากาศดี ไม่หนาวมากแค่สิบปลายๆ แจ๊คเก็ตตัวเดียวก็เอาอยู่
ผ่านประตูเข้ามาแล้ว ก็เจอกับคลื่นมวลมหาประชาชน นักท่องเที่ยวมากมาย เราแค่เดินไหลตามเค้าไป
ได้แต่เดินดูแค่ด้านนอกอาคาร เข้าไปภายในไม่ได้ ด้วยขนาดที่ใหญ่โตถึง 720,000 ตารางเมตร ทำให้ พระราชวังต้องห้าม เป็นพระราชวังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ภายในประกอบไปด้วยอาคารถึง 980 หลัง และห้องอีกเกือบหมื่นห้อง เราเดินจากด้านหน้าตรงไปเรื่อยๆจนเกือบออกด้านหลัง
แล้วจึงเปลี่ยนมาทางด้านซ้ายและขวาของพระราชวัง ซึ่งเป็นฝ่ายในที่ประทับของฮองเฮาและเหล่าสนม
ทางเดินก่อนจะผ่านเข้าฝ่ายใน ที่น่าสังเกตุคือ แต่ละอาคารจะมีอ่างน้ำใบใหญ่วางตั้งอยู่เป็นระยะ นัยว่าเพื่อใส่น้ำไว้ใช้ดับเพลิงหากเกิดไฟไหม้
เดินกันไป แวะพักกันไป เพราะสถานที่กว้างมาก
สิ่งของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์








เจอซากุระ ก็ต้องแวะกันหน่อย
เดินกันจนเหนื่อยและหิว ภายในไม่มีน้ำ อาหาร ใดๆขายเลย ต้องออกมาด้านนอก คือออกประตูทางทิศเหนือ ข้ามมาฝั่งส่วนธารณะ ซื้อไส้กรอกรองท้องกันคนละแท่ง ก่อนเดินขึ้นไปถ่ายรูปพระราชวังมุมสูง
วันรุ่งขึ้น เราจะไปกำแพงเมืองจีนทางด่าน The Great Wall Simatai 万里长城·司马台 ซึ่งมีเมืองน้ำ Gubeishui Town ค้างคืนที่นั่น แล้วจึงกลับมาที่ปักกิ่ง พักต่ออีก 2 วัน ติดตามอ่านได้ที่นี่
เรากลับออกจากเมืองกู๋เป่ย ประมาณตอนเที่ยง เดินทางกลับมายังปักกิ่ง เกือบห้าโมงเย็น เรายังคงพักที่เดิม และได้ห้องเดิม หลังจากหาอาหารแถวๆที่พักทานและพักผ่อนกันสักพัก ตอนเย็นก็ออกมาเดินเล่นย่านSanlitun ออกจากที่พักเดินเลี้ยวซ้ายมานิดเดียวก็เจอถนนคนเดิน และห้างใหญ่ของแบรนด์เนมมากมาย แต่ราคาค่อนข้างแพง อยากได้กลับมาซื้อที่เมืองไทยดีกว่า ยกเว้น Pop Mart ที่มีตัวตุ๊กตาแบบใหม๋ๆน่าให้เดินชมและสอยกันมาคนละตัวสองตัว
วันที่5 วันนี้จะไปชมซากุระหรือดอก "อิงฮวา" (樱花) ที่สวน Yuyuantan Park ภายในสวนสาธารณะหยวนหยวนตานมีสวนซากุระทุกเดือนมีนาคมและเมษายน การชมดอกซากุระที่สวนสาธารณะหยวนหยวนตานเป็นกิจกรรมยอดนิยมทั่วเมืองหลวง สวนสาธารณะหยวนหยวนตานมีทางเข้าทั้งสี่ทิศทาง คือ ทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก พื้นที่ภายในสวนค่อนข้างใหญ่ มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร และกว้างเกือบ 1 กิโลเมตร สวนนี้ได้รับความนิยมจากหนุ่มๆสาวๆชาวจีน มาชมซากุระกันอย่างคึกคัก
ออกจากส่วนหยวนหยวน ก็ไปต่อกันที่พระราชวังฤดูร้อน 颐和园 หรือ อี้เหอหยวน ซึ่งเป็นที่ประทับของ พระนางซูสีไทเฮา เดินอ้อมทะเลสาปคุนหมิง จนหมดแรงตะกายขึ้นไปชมบนพระราชวัง ที่ต้องขึ้นบันใดสูงชันขึ้นไปอีก
วันที่6 วันนี้พวกเราจะได้วัดทิเบต Lama Temple 雍和宫 วัดยงเหอ (จีน: 雍和宫, "วังแห่งสันติภาพและความกลมเกลียว") หรือที่รู้จักกันในชื่อ อารามลามะหยงเหอ หรือ วัดลามะ วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในอารามพุทธศาสนาทิเบตที่ใหญ่ที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่
จากที่พัก เราขึ้นรถเมลล์ราคา 3 หยวน ได้ลดราคาผู้สูงอายุครึ่งนึง มาลงทางเข้าวัดเดินเข้ามาอีกเป็นกิโล เรามาตอนเช้าคนยังไม่มาก เดินมาเรื่อยๆแต่พอเข้ามาในวัด ผู้คนมากมายเดินไหลกันไปแบบตอนเข้าพระราชวัง จนไหลออกมาด้านนอก แบบงงๆ
ออกมาแบบหาจุดซื้อประคำไม่พบ มาได้จากร้านค้าหน้าวัดแทน จากนั้นพวกเรานั่งรถใต้ดินไปต่อที่หอสักการะฟ้าเทียนถาน (Temple of Heaven) หนึ่งในมรดกโลก และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองปักกิ่ง มีอายุกว่า 600 ปีแล้ว สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ประกอบพิธีบูชาบวงสรวงขอพรจากฟ้า บวงสรวงขอให้ฝนตกตามฤดูกาล และให้ได้ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจกับประชาชน
พรุ่งนี้เป็นวันที่7 ของทริป เราจะเดินทางต่อไปเมืองลั่วหยาง ติดตามอ่านได้ที่นี่
No comments:
Post a Comment
ผ่านมาแล้วอย่าผ่านเลยไป แวะทักทายกันสักนิด......