นครลั่วหยาง 洛阳市 ลกเอี๋ยง
6-9 May 2025
ใครเป็นสาวกสามก๊กจะต้องรู้จัก ‘เมืองลกเอี๋ยง’ แน่นอน เพราะนั่นก็คือ เมืองลั่วหยาง (Luoyang) ที่เป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมจีนโบราณ ถือเป็นเมืองหลวงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของจีน หรือถ้าคนสมัยใหม่หน่อย คงคุ้นเคยจากหนังจีนกำลังภายในที่มักจะกล่าวถึง เมืองลั่วหยาง เช่น เรื่องตี๋เหรินเจี๋ย หรือ บูเซ็กเทียน
นอกจากนี้เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีวัดม้าขาว ที่พระถังซัมจั๋ง ไปอัญเชิญพระไตรปีฏกมา และวัดเส้าหลินอันลือลั่น
ข้อมูลขนาดนี้ไม่ไปคงไม่ได้นะ
จากปักกิ่ง พวกเราเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง ออกจากปักกิ่งสายๆ ใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง บ่ายๆก็บรรลุถึงนครลั่วหยาง เราพักโรงแรมใกล้ๆทางเข้าเมืองเก่า หลังหาข้าวทานควบมื้อกลางวันและเย็น ก็พากันมาเดินเล่นถนนคนเดินย่านเมืองเก่า เมืองโบราณลั่วอี้ (Luoyi Ancient City)
ยิ่งมืด คนยิ่งคึกคัก เค้ามีโชว์สาวงามเหาะมาบนอากาศ สไตล์หนังกำลังภายใน เดินกันพักนึงก็กลับมาพักที่โรงแรม
วันนี้ตั้งใจจะไปถ้ำถ้ำหลงเหมิน (Longmen Grottoes) แต่พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตกทั้งวัน และ แม่นซะด้วย ฝนตกตั้งแต่เช้ายันเย็น หนักบ้างเบาบ้างสลับกันไป เราไม่รู้ว่าหนทางเบื้องหน้าจะเป็นยังไง เลยเปลี่ยนโปรแกรม ไปวัดม้าขาว แทน พรุ่งนี้ค่อยไปถ้ำหลงเหมิน
วัดไป๋หม่าซื่อ (White Horse Temple) ถือเป็นวัดพุทธแห่งแรกของจีนที่สร้างขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 68 ที่นี่จึงได้ชื่อว่าเป็น “จุดกำเนิดของพุทธศาสนาในจีน” และมีความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์สูงมาก นอกจากสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม เช่น วิหารพระพุทธเจ้า วิหารพระถังซำจั๋ง และเจดีย์โบราณ ปัจจุบันยังมีการก่อสร้างศาลาพุทธจากประเทศต่าง ๆ เช่น ไทย อินเดีย ญี่ปุ่น เพื่อสะท้อนการแพร่กระจายของพุทธศาสนา
เรานั่งรถเมล์มาลงที่วัดม้าขาว ท่ามกลางสายฝนที่ตกพรำๆ เห็นไม่ได้การกางร่มก็คงไม่ข่วยอะไร เลยแวะซื้อเสื้อฝนจากร้านค้าริมทาง ที่พร้อมใจกันเอาเสื้อกันฝนออกมาวางขาย ราคาตัวละ 5 หยวน ใช้ทีเดียวทิ้ง ค่อยทำให้การเดินเที่ยวในวัดคล่องตัวสะดวกหน่อย
ถึงฝนจะตก แต่ผู้คนก็ไม่ยอมถอย ยังมากันแน่นขนัด โดยเฉพาะเหล่าอากง อาม่า ที่มาขอพรไหว้พระ หนาแน่นเป็นพิเศษ เราก็เดินไหลๆตามเค้าไป ไม่ค่อยได้ถ่ายอะไร เพราะฝนและอากาศไม่ค่อยแจ่มใส
กลับมาจากวัดม้าขาว ก็มาเดินเล่นกันย่านเมืองเก่า และพิพิธภัณฑ์ลั่วหยาง (Luoyang Museum) ที่บอกเล่าเรื่องเมืองลั่วหยาง เมืองนี้เป็นต้นแหล่งของหนังกำลังภายใน นักท่องเที่ยวชาวจีนจึงนิยมมาแต่งตัวแบบสาวจีนโบราณร่ายรำถ่ายภาพกันแบบจริงจัง
ท่ามกลางอากาศที่ไม่เป็นใจ ช่วงเย็นจึงพักผ่อนกันตามอัธยาศัย
เช้าวันรุ่งขึ้น หรือ วันที่8 ของการเดินทาง วันนี้อากาศแจ่มใสจนร้อนแรงในตอนกลางวัน วันนี้เราจึงไม่พลาดไป ถ้ำหลงเหมิน (Longmen Grottoes)
ถ้ำผาหลงเหมิน (Longmen Grottoes) หรือ หลงเหมินสือคู แหล่งมรดกโลก UNESCO มรดกทางพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน เป็นกลุ่มถ้ำบนหน้าผา ริมฝั่งแม่น้ำอี้ ด้านในนั้นจะมีมากกว่า 2,345 ถ้ำ มีแผ่นศิลาจารึกกว่า 3,600 แผ่น รวมถึงรูปปั้นพระพุทธรูปกว่า 100,000 รูป
ไฮไลท์ ที่ห้ามพลาด คือ รูปสลักหินใบหน้าพระนางบูเช็กเทียน ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ และมีอยู่หนึ่งเดียวในเมืองจีนนั่นเอง
ขากลับเข้าเมือง ผ่าน Sui-Tang Site Botanical Garden ที่ตอนนี้มี เทศกาลดอกโบตั๋น แห่งเมือง ลั่วหยาง ดอกโบตั๋น หรือ Peony เป็นดอกไม้ประจำชาติจีน และถูกยกให้เป็นดอกไม้ของจักรพรรดิ เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและความร่ำรวย รวมถึงได้ชื่อว่าเป็น ดอกไม้ที่สวยที่สุดภายใต้สวรรค์
ที่จริงยังมีไฮไลท์ที่ควรไป คือวัดเส้าหลิน แต่เนื่องจากอยู่ไกลออกไปกว่า 30 กม. เลยยั้งเอาไว้ เพราะเย็นแล้ว และ พรุ่งนี้เราก็ต้องเดินทางแต่เช้าไปชิงเต่า ฉะนั้นสำหรับลั่วหยางคงมีเพียงเท่านี้ ถามว่าเมืองนี้น่าสนใจไม๊ ถ้าเราชอบวิถึสโลว์ไลฟ์ ที่นี่เหมาะมาก เพราะความเป็นเมืองหลวงเก่าแม้จะอยู่ไกลปืนเที่ยง แต่ก็ยังมีกลิ่นอายอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองในอดีตให้ติดตามได้อยู่มาก ถ้าจะมาลั่วหยางขอแนะนำให้ควบซีอานเข้าไปด้วย น่าจะคุ้มค่าการเดินทางมากกว่า
พรุ่งนี้เช้าพวกเราก็จะนั่งรถไฟความเร็วสูงฉีกจากด้านตะวันตก ไป สุดตะวันออกติดชายทะเล นั่นคือ เมืองชิงเต่า นอกจากเบียร์ชิงเต่าที่ลือชื่อ ก็ยังมีหลายอย่างที่น่าสนใจ ติดตามได้ที่นี่ค่ะ










































































