Sunday, 12 February 2017

Kasrmir - Day3 Pahalgam Kashmir

ดั่งสวรรค์สร้าง



Pahalgam is located in Jammu and Kashmir in north India. It has some great places to see like the Betaab valley and the golf club. Nearby destinations like Sonamarg and Dachigam national park are also worth checking out.

Surrounded by alpine peaks, the Lidder and Seshnag Rivers tumble down picturesque, deep-cut mountain valleys covered with giant conifers. The surrounding mountains contain many beauty spots and more than 20 lakes, to which countless guides and horsemen are more than keen to take you.
Not quite spoiling this great natural beauty is Pahalgam, sprawling 4km around the river junction. It's a major resort town offering golf and rafting and is a staging point for the mid-summer Amarnathji pilgrimage.






พาฮาลแกม (Pahalgam) หรือหุบเขาแกะ เดิมเป็นหมู่บ้านของคนเลี้ยงแกะ ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาอันสลับซับซ้อน อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,130 เมตร ระยะทางจากศรีนาการ์ ประมาณ 86 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม  ด้วยความงามของทุ่งหญ้าและป่าสน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จึงเป็นโลเคชั่นยอดฮิตที่ภาพยนตร์หลายเรื่องนิยมมาถ่ายทำ และมีความสำคัญต่อวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ พาฮาลแกม ยังได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์ของอินเดีย” และนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนดินแดนแห่งนี้ ต่างพร้อมใจกันเลือกให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย






พาฮาลแกม (Pahalgam) เป็นชุมทางที่คนท้องถิ่นใช้เป็นเส้นทางเข้าสู่เมืองจัมมูและเดลี  ระหว่างทางทั้งสองข้างทาง จะพบวิถีชีวิตของชาวแคชเมียร์ที่หลากหลาย เช่น หมู่บ้านที่ทำครกหิน หมู่บ้านที่ทำไม้แบดสำหรับกีฬาคริกเก็ต ที่เราจะพบเห็นชาวแคชเมียร์เล่นกีฬาประเภทนี้ได้ตามสนามทั่วไป ไม้แบดนี้ทำจากต้นหลิว (Willow Tree) ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปทั้งในและนอกเมือง แต่จะพบเห็นได้มาก ระหว่างทางสู่เมืองพาฮาลแกม







ออกเดินทางจากเมืองศรีนาการ์ ไม่เท่าไหร่ เราก็พบแผงลอยขายครก และ ชุมชนที่ทำครกข้างทาง







ประมาณครึ่งทาง  เราจะพบแหล่งทำไม้ฮอกกี้ กีฬาโปรดของคนที่นี่








แผงลอยข้างทางริมถนน  มุมโปรดของขาช้อปทั้งหลาย โดนกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น หญ้าฝรั่นที่เค้ามาใส่ในข้าวหมกไก่ หรือ ถั่วต่างๆเช่นอัลมอนด์ วอนัต เม็ดสน  ที่พลาดไม่ได้คือน้ำผึ้งที่เค้าว่าผึ้งที่นี่ดูดน้ำหวานจากเกสรต้นหญ้าฝรั่น  และสุดท้ายคือ พวกครีมบำรุงผิวที่สกัดจากอัลมอนด์





ในช่วงฤดูหนาวจะมีแต่หิมะปกคลุม อากาศหนาวเย็น น้ำในลำธารเย็นเฉียบ แม่น้ำสายย่อยๆจะบรรจบรวมกันเป็น “แม่น้ำลิดดาร์” (Liddar) เป็นแม่น้ำสายสำคัญในพาฮาลแกม นอกจากนี้ยังมีร้านค้าต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้าและสินค้าต่างๆโดยเฉพาะ หญ้าฝรั่น (Saffron) มีสรรพคุณลดโคเลสเตอรอลในร่างกาย มีขายอยู่ทั่วไปทั่วทั้งแคชเมียร์แต่ที่พาฮาลแกมคือแหล่งปลูกหญ้าฝรั่นที่ใหญ่ที่สุด มีคุณภาพดีกว่าที่อื่นนอกจากนี้ยังสามารถทำกิจกรรม ปิกนิก ตกปลา ขี่ม้าชมวิวรอบภูเขา









ที่พักของพวกเราอยู่ริมลำธารสวย มองเห็นภูเขาหิมะ ชื่อ Rahat คนที่โรงแรมอัธยาศัยดีมาก จะคอยถามไถ่ว่ามื้อต่อไปเราอยากทานอะไรบ้าง เนื้อแพะ แกะ ไก่ หามาได้หมด แต่รสชาดอาหารอินเดีย ทานยังไงก็ไม่อร่อย ในที่สุดพวกเราก็ขอเข้าครัวทำกันเองดีกว่า เขียนรายการอาหารสดให้เค้าไปซื้อมาให้ เช่น ไก่ ผัก มะเขือ โชคดีเราเตรียมพร้อมพกไตปลาแห้งที่ทำสำเร็จแล้วไปด้ว แค่เติมน้ำ ใส่ผัก ก็กินกันเกลี้ยงแบบขอดหม้อกันเลยทีเดียว
















รอบๆโรงแรม ก็มีวิวของลำธารที่น้ำใสไหลแรง ชาวบ้านร้านค้าก็เป็นมิตรดี เป็นความสงบที่น่าอยู่ที่นี่นานๆ















พาฮาลแกม  หมา วัว และ ม้า แกะ มากมายพอๆกัน




เจ้าหนุ่มเจ้าหน้าที่โรงแรม นานเข้าก็ดีซี้ พวกเราไปไหนก็โดดรถขึ้นมานั่งเบียดขอไปด้วยหน้าตาเฉย พวกเราพอจะคุ้นชินกับอัธยาศัยของคนอินเดีย ที่เค้าจะตีซี้สนิทสนมเหมือนครอบครัวเดียวกัน เลยไม่ค่อยแปลกใจ ดีซะอีกมีเจ้าถิ่นไปด้วยกัน





พลาดไม่ได้ถ้ามาที่พาฮาลแกม นั่นคือการขี่ม้าชมทิวทัศน์ที่ Betaab Valley  ที่มีฉากหลังเป็นเทือกเขาปกคลุมด้วย หิมะ คั่นด้วยแม่น้ำ ปูพื้นด้วยผืนหญ้า สีเขียว แต่งแต้มด้วยฝูงแกะขนปุกปุย นับร้อยตัว ช่างเป็นภาพเหมือนเทพนิยาย! ม้าจะไต่เขาไปบนทางชัน เป็นประสบการณ์การเดินทางที่น่าตื่นเต้น และสนุกดีไม่น้อย ถึงจะหวาดเสียวไปหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะจุดหมายปลายทาง คือวิวอันยิ่งใหญ่อลังการพาโนรามา แบบนอนดูได้ไม่รู้เบื่อ












กลับออกมาแบบสบักสบอม แต่คุ้มค่า เสียดายระหว่างทางถ่ายภาพไว้ด้วย iPhone แต่หาภาพไม่พบในฮาร์ดดิส ไม่รู้ว่าลืมเอามาลงหรือเก็บไว้ที่ตรงไหน

ที่ต่อไปที่พวกเราไป คือ ธารน้ำแข็ง Chandanwadi Camp คราวนี้จะได้เหยียบบนธารน้ำแข็งจริงๆ จะเหมือนในตู้เย็นไม๊  วาดภาพไว้หรูเลิศว่า คงได้เห็นหิมะขาวสะอาด เหมือนปุยนุ่น  ของจริงคือหิมะขาวๆเขรอะๆ สกปรก แต่ก็ถือว่าเราได้สัมผัสได้เห็นธารน้ำแข็งของจริง







ที่ต่อไปอยู่นอกเส้นทาง แต่เจ้าหนุ่มโรงแรม ชวนไป วิ่งขึ้นเขาคดไปเคี้ยวมาหลับดีกว่า แต่น่าเป็นที่ยอดนิยม เพราะเป็นชุมชนใหญ่มีคนพื้นที่มาเที่ยวกันมากมาย ช่วงหน้าหนาวมีหิมะหนาๆคงสวยกว่าที่เราเป็นเป็นภูเขาและทุ่งหญ้า










ผลไม้ที่ขายริมทาง หน้าตาเห็นแล้วเรียกชื่อกันถูกแน่นอน เพราะเหมือนผลไม้บ้านเราเลย แต่ผลไม้รถเข็นที่เค้าขายกองรวมกับถั่ว ธาตุเราไม่แข็งพอยังไงก็ไม่กล้าซื้อแน่









เมืองนี้ ท.ทหาร เต็มบ้านเต็มเมือง เดินไปทางไหนก็เจอทหาร และทหารกับ ปชช. เค้าไม่สุงสิงกัน ต่างคนต่างอยู่ ก็น่าเห็นใจ เพราะแคชเมียร์เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ อุดมสมบูรณ์ที่สุดในอินเดีย และยังสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำส่งเข้าอินเดียอีก วิวทิวทัศน์ก็สวยดั่งสรวงสวรรค์ได้รายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีก  อินเดียไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือแน่ พอๆกับชาวเมืองที่ส่วนใหญ่เป็นชาวอิสลามก็ไม่อยากขึ้นกับอินเดียที่ส่วนใหญ่เป็นฮินดู  คุมเชิงกันไปมา ว่างๆก็ซัดกันที แต่พวกเรานักท่องเที่ยว ทหารเค้าก็ไม่สนใจไม่ว่าอะไรจะขอถ่ายรูปก็ยอมให้ถ่ายโดยดี







ขากลับจาก Pahalgam เข้าเมืองศรีนาการ์แล้วยังพอมีเวลาไปล่องเรือในทะเลสาป Dal คราวนี้เราไปกันลึกถึงชุมชนด้านใน ข้ามฝากไปฝั่งเมืองเก่ากันเลย





 เช้าๆในทะเลสาปดาล จะเห็นคนพายเรือมาตักสาหร่ายที่ขึ้นเต็มทะเลสาปใส่เรือ แรกๆก็เข้าใจว่าเค้าคงมาขุดลอกสวะในทะเลสาป แต่บ่ายนี้พอนั่งเรือชมจึงเห็นว่า เค้าตักสาหร่ายและตะกอนดินก้นทะเลสาป มาโปะเป็นกองเพื่อปลูกผักหรือดอกไม้ ออแกนนิคแท้ๆเลยไม่มีสารเคมีเลยซักนิด







บ้านเรือนริมน้ำ ก็ไม่ค่อยมีสีสันและจัดเต็มเหมือนในอินเดีย ส่วนใหญ่ก็เรียบๆ คนที่นี่ก็แต่งกายสีทึมๆเสื้อคลุมยาวสีดำ หรือ น้ำตาล เครื่องประดับก็ไม่ค่อยใช้ ไม่เหมือนในอินเดียจัดเต็ม มีเท่าไหร่โปะไว้บนตัวหมด















เดินชมเมือง มัสยิดเก่า และ เดินตลาดกันสักพัก ก็ล่องเรื่อกลับที่พัก











พรุ่งนี้เราจะไป โซนามาร์ก ติดตามชมได้อันดับต่อไป