Saturday, 28 November 2015

๋Japan in Memories Oct 2015

Day 3 :  มนต์เสน่ห์แห่ง Arashiyama

ดูตอนที่ผ่านได้ที่นี่

Day1 :  Kyoto
Day2 :  Nara-Kyoto
Day3 :  Arashiyama
Day4 :  Kanazawa-Takayama
Day5 :  Kamikochi-Matsumoto
Day6 :  Matsumoto-Kawaguchiko
Day7 :  Kawaguchiko-Tokyo
Day8 :  Kamakura-Narita
Day9 :  Bangkok


โปรแกรมวันนี้  เราจะไปนั่งรถไฟสายโรแมนติก  และ ล่องเรือล่องแม่น้ำโฮสึ  เพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี และไปป่าไผ่ที่เลื่องลือ

เช้านี้เรารีบตื่นแต่เช้า เพื่อเดินทางไป อาราชิยาม่า



อาราชิยาม่า (Arashiyama 嵐山) เป็นสถานที่ชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น อยู่ทางตะวันตกของเมืองเกียวโต จุดที่น่าสนใจคือ สะพาน Togetsu-kyo Bridge (渡月橋) ยาว 250 เมตร ข้ามแม่น้ำ Oi-gawa River (大堰川) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา Arashiyama ยังคงลักษณะเหมือนในคริสต์ศตวรรษที่ 17 แม้จะบูรณะใหม่ด้วยเหล็กแล้วก็ตาม

 ท่านโจวเอินไหล อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ได้แวะมาเที่ยวเกียวโต รวมทั้งย่านอาราชิยามะแห่งนี้ ท่านได้เขียนบทกวีชมเมืองนี้ไว้

อาราชิยามะในสายฝน
มาเยี่ยมเยือนอาราชิยามะเป็นครั้งที่สองในสายฝน
ริมฝั่งน้ำเรียงรายด้วยต้นสนกับดอกซากุระเบ่งบานตามเส้นทาง
ที่สุดปลายทางคือเขาตระหง่านเงื้อม
กับธารน้ำเขียวเข้มรินไหล
ในท่ามกลางสายฝนหมอกมัวมน
กลับมีลำแสงตะวันฉายส่องผ่านม่านเมฆ
อาราชิยามะยิ่งแลดูงดงาม
ดั่งหนึ่งการเดินทางค้นหาความจริงแท้ในโลกมนุษย์
ยิ่งพยายามเท่าใด ยิ่งสับสนมากเท่านั้น
ทันทีที่เธอแลเห็นแสงส่องอย่างสับสนเช่นนั้น
เธอจึงได้รู้สึกถึงความงามอย่างแท้จริง

**  ขอบคุณ http://www.dreamdestination.in.th/cantmiss.aspx?pid=314 ที่แปลข้อความนี้ไว้

ใน Arashiyama นอกจากธรรมชาติจะสวยสดงดงามในทุกฤดูแล้ว  ยังมีวัดวาอารามที่เก่าแก่ให้เยี่ยมชมมากมาย

ออกจากโรงแรม เราเดินข้ามถนนมาที่สถานีเกียวโต แวะซื้อขนมและอาหารเบนโต ที่ร้านเดิมเพราะทุกคนทานแล้วลงความเห็นว่าสดอร่อย เสบียงพร้อมแล้วหิ้วไปหาที่ทานกับข้างหน้า  เราไปขึ้นรถไฟสาย San-In Line ลงที่สถานี Saga-Arashiyama Station ลงรถไฟแล้วเราก็เดินดิ่งมาสถานีข้างๆคือสถานี Saga Station เพื่อจองตั๋ว รถไฟสายโรแมนติค Sagano Romantic Train เพื่อชมวิวสองฝั่งที่สวยงามของริมแม่น้ำโฮสึ ในฤดูใบไม้ผลิ จะเป็นจุดชมดอกซากุระที่เบ่งบาน สองข้างทางที่รถไฟผ่าน  และในฤดูใบไม้ร่วง เราก็จะได้ชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามทั่วทั้งขุนเขา

เรารีบไปแต่เช้า เคาเตอร์ขายตั๋วยังไม่เปิด ระหว่างรอเคาเตอร์เปิด เราก็งัดข้าวกล่องที่ซื้อมานั่งทานกัน และเข้าห้องน้ำห้องส้วมให้เรียบร้อย  ค่าตั๋วรถไฟสายโรแมนติดราคา 620 เยน ใช้เวลาเดินทางไปสิ้นสุดที่สถานี Kameoka Station 30 นาที  และที่สถานีนี้ยังมีเคาเตอร์ขายตั๋วเพื่อล่องเรือ Website : http://www.hozugawakudari.jp/en/tickets-en  ค่าล่องเรือคนละ 4,100 เยน  ใช้เวลาล่องเรือกลับมาที่ Arashiyama 2 ชั่วโมง



อิ่มแล้วพร้อมแล้วก็ออกเดินทาง  ตั๋วที่ซื้อเราเลือกตู้ที่เปิดโล่งเพื่อชมวิวแบบพาโนรามา  และเค้าก็มีเลขที่นั่งกำกับ เราต้องนั่งตามเลขที่นั่งให้ถูกต้องด้วย  จะเลือกที่นั่งด้านซ้ายหรือด้านขวาก็ได้ เพราะจะมีช่วงได้เห็นวิวแม่น้ำเท่าเทียมกัน



แต่พอทุกคนเห็นวิว ไม่ว่าจะข้างซ้ายหรือข้างขวา ก็ต่างกรูไปยังด้านวิวสวยแบบไม่ได้นัดหมาย  แต่การถ่ายภาพไม่ได้ถ่ายกันง่ายๆเพราะรถไฟวิ่งเร็ว และยังมีต้นไม้ริมทางที่ต้องกะจังหวะการถ่ายให้ดีๆ  ช่วงนี้เราต้องตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ให้สูงไว้ ไม่งั้นภาพจะเบลอหมด








เราผิดหวังอย่างแรงที่ ปีนี้ร้อนนานกว่าปกติ ยังไม่หนาวพอ ทำให้ใบไม้ยังเปลี่ยนสีช้ากว่าปกติ แต่วิวก็สวยสมใจ

เรามาลงรถไฟสุดทางที่สถานี Kameoka Station พวกเราลง แต่ก็มีนักท่องเที่ยวมาขึ้นรถไฟล่องกลับไป อาราชิยาม่า แน่นขนัด  ลงมาก็เดินขึ้นรถเมลล์ข้างๆสถานี เพื่อไปส่งที่ท่าเรือ 




และเราก็ขึ้นเรือลำใหญ่ที่เปิดโล่ง





แต่พวกเราขัดใจ ตรงที่ตอนลงเรือต้องลงและนั่งตามลำดับ จะเลือกที่เองไม่ได้ และ ก็ซวยที่ได้นั่งกลางลำ โดนบังทั้งหน้าและข้าง วิวก็ไม่เร้าใจเพราะใบไม้ยังไม่เปลี่ยนสี ไม่เหมือนปีก่อนที่มาแดงทั้งป่าได้ใจมาก  ยังดีได้นั่งชมคนพายหนุ่มหล่อให้เพลิดเพลิน








เอาภาพจากปีที่แล้วมาแจม









อย่างว่าละนะ  มันคงไม่สมหวังทุกครั้งหรอกนะ ..... แต่อย่าพลาดหวังทุกจุดก็แล้วกัน 

เรามีขึ้นฝั่งที่เชิงสะพาน Togetsukyo หรือสะพานแสงจันทร์  สะพานนี้สามารถผลิดไฟฟ้าจากพลังน้ำเพื่อใช้เป็นไฟฟ้าส่องสว่างตอนกลางคืน ด้วย  









ก่อนจะไปจุดต่อไป ตอนนี้เที่ยงแล้ว ขอแวะทานอาหารก่อน อ่านจากเน็ตบอกว่าร้านอาหารตรงเชิงสะพาน อร่อยและไม่แพงมากนัก  เราสั่งอาหารจานเดียวประเภท ข้าวแกงกะหรี ราเมน ทานกัน

จากนั้นก็เดินไปสวนไผ่





ชุดยูกาตะนี่ เป็นที่นิยมทั้งนักท่องเที่ยว และ หนุ่มสาวญี่ปุ่น แยกไม่ออกว่าใครเป็นญี่ปุ่นแท้ หรือ เทียม








เดินตามฝูงชนไป รับรองไม่หลง  ภายในสวนไผ่ก็แน่นขนัดด้วยฝูงชน









แสงก็ไม่ค่อยมี คนก็เยอะ  เอวัง.... กลับกันดีกว่า  กลับมาช้อปปิ้งร้าน Big Camera กัน 

กลับกันมาถึง สถานีเกียวโต แวะช้อปปิ้งที่ร้าน Big Camera ข้างๆสถานี และแวะทานข้าวกัน อิ่มหนำดีแล้วเราก็เดินทะลุไปหลังสถานี เพื่อกลับโรงแรมที่พัก  แต่พวกเราหาทางทะลุไม่ได้ เดืนหลงวนอยู่ในสถานีเป็นนาน ถามทางก็แล้ว ดูแผนที่อากู๋ก็แล้ว  กว่าจะหาทางได้แทบแย่  ที่แท้ให้จับทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดินสาย Karasuma Line  ก็จะเจอทางออกที่เมื่อวานเราเดินออกแบบง่ายๆ  มิน่าเค้าจึงว่า ใครมาสถานีเกียวโตต้องมีการหลงทุกคน

พรุ่งนี้เช้า เราจะย้ายเมืองไปหมู่บ้านชิราคาวาโกะ และ ทาคายาม่า  ติดตามชมได้นะคะ