เมืองน้ำ Gubei Water Town - กำแพงเมืองจีนด่าน Simatai Great Wall
3-4 May 2025
เมืองน้ำโบราณกู๋เป่ย Gubei Water Town เที่ยวเมืองน้ำติดกำแพงเมืองจีน ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ดูเก่า เหมือนเมืองโบราณเมืองอื่นๆ ของจีน เดิมเป็นชุมชนของชาวบ้านที่อดีตเป็นผู้ดูแลกำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ ต่อมาทางรัฐบาลได้ปรับปรุง และพัฒนาชุมชนนี้ โดยสร้างให้มีเอกลักษณ์เป็นเมืองโบราณ
อ่านเจอในเน็ต เลยสนใจที่จะมาที่นี่ ถือว่าได้เที่ยวเมืองโบราณและได้ขึ้นกำแพงเมืองจีนด้วย ก่อนจะมาศึกษาเส้นทางว่ามาโดยรถบัสแต่ไม่ชัดเจนว่าขึ้นรถยังไง ก่อนเดินทางพอมีเวลาช่วงเย็น เลยชวนกันมาดูจุดขึ้นรถ เพราะอยู่ใกล้ๆที่พัก เดินวนแบบงงๆพักนึง ถึงจะเจอ
โดยสรุปก็คือ ถ้ามารถไฟใต้ดิน ให้มาลงที่สถานี Dongzhimen station 东直门站 ออกทางออก B หรือ E ออกมาแล้วเดินตรงไปให้ถนนอยู่ขวามือ เดินไปจนถึงแยกไฟแดง ข้ามถนนแล้วเลี้ยวซ้ายเดินไปจนเกือบถึงสี่แยกไฟแดง ประมาณ 400 เมตร จะพบป้ายรถเมล์ก่อนข้ามสะพาน ให้ยืนรอรถเมล์สาย 22 รถเมล์จะออกจากอู่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มี 2 รอบคือ 9.00 และ 13.00 ราคาคนละ 48 หยวน ต้องเตรียมเงินสดให้พอดี เพราะเค้าไม่มีทอน และ ไม่รับจ่ายผ่านแอปทุกชนิด (เบ็ดเสร็จแล้วถ้าลงรถไฟใต้ดิน จะเดินมากว่าจะเจอป้ายรถเมล์ ก็ กิโลกว่าๆ )
ถ้าขี้เกียจเดินไกล ให้นั่งรถเมล์สาย 515 มาลงที่ป้าย 春秀路北口 ตรงสี่แยกถนน Xinyuanxili S ตัดกับถนน Dongweixie ถ้ามาจากย่าน Salitun ลงรถแล้วเลี้ยวซ้ายข้ามถนนตรงสี่แยกเดินข้ามสะพานมาประมาณ 200 เมตร จะเจอป้ายสาย 22 ให้รอขึ้นรถตรงนี้ได้เลย ข้อควรระวังคือ ไม่มีที่เก็บกระเป๋าใบใหญ่ ถ้าคนไม่เยอะก็สามารถวางกระเป๋าบนเบาะข้างๆได้ ถ้าคนเยอะจะลำบากวางบนทางเดินที่แคบและต้องคอยจับกระเป๋าไว้ ดังนั้นควรแยกใช้กระเป๋าเป้ดีที่สุด
เรามาถึง Gubei เที่ยงกว่าๆ ลงรถวิ่งมาเข้าห้องน้ำติดๆกับร้านสะดวกซื้อ และ ซื้ออาหารพวกซาลาเปา ลูกชิ้นมานั่งกินหน้าร้าน ก่อนข้ามสะพานซะเลย
ที่พักในเมือง Gubei จะราคาสูงกว่านอกเมือง แต่น่าจะสะดวกกว่าหากเราอยากเดินเล่นในเมืองช่วงเย็นและช่วงเช้า หรือ ขึ้นกำแพงเมืองจีน ก็ต้องผ่านด่านเข้าเมืองก่อน ถ้าพักนอกเมืองต้องซื้อตั๋วเข้าใหม่ทุกครั้ง จากทางเข้า จะมีรถชัตเติลบัส พาไปส่งตามโรงแรมที่จองไว้เลย
จากการสังเกต เมืองนี้เค้าสร้างไว้อย่างดี เที่ยบเท่าเมืองโบราณที่อื่นๆได้อย่างไม่อายเลย แต่ตอนที่พวกเราไป เมืองค่อนข้างร้าง ไม่ใช่พึ่งร้าง แต่น่าจะร้างมานานพอสมควร เพราะเดินทางมาลำบากหรือไม่ได้รับการโปรโมทเท่าที่ควร ก็ไม่รู้ได้ แต่ก็ทำให้พวกเราเดินเที่ยวเล่นได้อย่างสบายใจ ถนนหนทางสะอาด ไม่มีหลอน
เข้าที่พักแล้วพอมีเวลาเดินเล่นในเมือง เพราะเราจะขึ้นกำแพงเมืองจีนรอบเย็น 18.00 น. เพราะที่นี่เป็นที่เดียวที่เปิดให้ขึ้นรอบเย็นได้ เค้าเปิดไฟสวยมาก น่าเสียดายว่า เดินหนักมา 4-5 วันที่ผ่านมา และทางเดินบนกำแพงเมืองจีนด่านนี้ค่อนข้างชันด้วย เลยท้อเบี้ยวเอาดื้อๆ ขอนอนรอที่โรงแรมแล้วกัน แต่ดูรูปที่น้องๆเค้าถ่ายมา บรรยากาศสวยจริงๆ แต่ดูสังขารของเราแล้วก็ไม่เสียดาย
ฉะนั้นช่วงบ่ายนี้ก็เดินเล่นในเมืองให้เต็มที่ และใช้สิทธิ์แช่น้ำพุร้อนออนเซนฟรีตามตั๋วเข้าด้วยซะให้คุ้ม
ความที่เมืองค่อนข้างร้าง นักท่องเที่ยวน้อย ร้านค้าปิดไปค่อนข้างมาก เราก็เดินเที่ยวถ่ายภาพที่สวยแต่ดูเหงาไปนิด
คนอื่นเค้าขึ้นกำแพงเมืองจีน เราเฝ้าที่พัก เฮ่อ...
วันรุ่งขึ้น เรามีเวลาเดินเล่นในเมืองได้จนเที่ยง
ช่วงบ่าย พวกเราก็นั่งรถเมล์สาย22 กลับมาลงที่ปักกิ่ง และต่อรถเมล์สาย 515 มาลงที่ Salitun เพื่อเข้าที่พักที่เดิมที่เราฝากกระเป๋าใบใหญ่เอาไว้ กลับไปอ่านปักกิ่งได้ที่นี่
หลังจากเที่่ยวในปักกิ่งต่ออีก 3 วัน ก็ออกเดินทางต่อไปลั่วหยาง
ติดตามลั่วหยางได้ที่นี่ค่ะ
No comments:
Post a Comment
ผ่านมาแล้วอย่าผ่านเลยไป แวะทักทายกันสักนิด......