Pokhara
19-21 Nov 2025
ดูตอนก่อนหน้าที่พวกเราอยู่ที่ กาฐมาณฑุ 4 วัน ได้ที่นี่
Somerset's Memories: Nepal : Kathmandu - Pokhara #1
มาเนปาล ไม่ออกมาชมธรรมชาติ ออกจะกระไรอยู่นะ เพราะธรรมชาติเนปาลนี่สุดยอดมาก นอกจากการเดินเทรกกิ้งตามไหล่เขาหิมาลัย เช่น ABC หรือ Annapurna ซึ่งต้องมีร่างกายแข็งแรง คณะพวกเรา สว. เรี่ยวแรงถดถอยกันทั้งนั้น ขอแค่เด็กๆ คือ การขึ้นชมวิวหิมาลัย บนยอดเขาสรังก๊อต ก็พอ
หลังจากตกลงกันได้ เราเดินทางไปยังเมือง โพครา โดยทางรถยนต์ เพื่อชมวิวรายทาง ซึ่งน่าจะคิดผิด เพราะถนนแคบและรถเยอะมาก รถติดเกิือบตลอดทาง เราออกจากกาฐมาณฑุ แต่เช้า กว่าจะถึงโพคราก็เย็นแล้ว แวะให้พวกเราเข้าห้องน้ำและดื่มจัย ชาต้มร้อนๆแสนอร่อย
ระหว่างทาง นาบิน จอดให้พวกเราเก็บภาพสวยๆของเทือกเขาหิมาลัย
และมาพักรถให้เดินเล่น จำไม่ได้ว่าที่ไหน ประมาณครึ่งทางระหว่าง กาฐมาณฑุกับโพครา มีเทวรูปพระอิศวร และมีกระเช้าพาขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาด้วย
นั่งกระเช้าข้ามหลายภูเขาทีเดียว
วิวรอบๆ
มื้อเที่ยงควบมื้อเย็น พวกเราเลือกร้านอาหารจีน นับเป็นมื้อที่อร่อยมื้อนึง หลังจากทานอาหารพื้นเมืองเนปาล พวก โมโม่ บรียานี่ ซาโมซ่า กันมาหลายมื้อ หลังอาหารเดินดูสินค้าแต่พวกเราก็พบว่า ราคาสินค้าค่อนข้างแพง
ที่พักของเราค่อนข้างโชคดีที่ได้ชั้นสูง และมีระเบียงมองเห็นวิวยอดเขาหางปลาชัดเจน
เช้าวันที่2 ในโพครา เช้านี้จุดหมายแรกคือ วัดฮินดูShree Bindhyabasini Temple ที่มีจุดชมวิวหิมาลัย ตัววัดพวกเราเข้าไม่ได้ ก็แค่ชมวิวด้านนอก จากจุดนี้เราสามารถเห็นเมืองโพคราทั้งเมือง โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาหิมาลัยที่สวยงาม
จากที่นี่ นาบิน พาพวกเราไปชมอุโมงค์ส่งน้ำSeti River Gorge ที่นำน้ำมาเลี้ยงเมืองโพครา จากจุดนี้เดินไปอีกนิดเป็นสะพานแขวนข้ามแม่น้ำ Vhalam Suspension Bridge
อีกที่ ไม่ไปไม่ได้
ทะเลสาปเพวา Phewa Lake เป็นทะเลสาบ ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศเนปาล ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโพครา ความงามของทะเลสาบแห่งนี้ มิใช่แค่ทะเลสาบเพียงอย่างเดียว แต่ภาพการสะท้อนของเทือกเขาหิมาลัย ที่ประกอบไปด้วย ยอดเขา มัจฉะปูชเรย์ (Machhapuchhre) ยอดเขาอันนาปุรณะ (Annapurna) และยอดเขาเดาลากิริ (Dhaulagiri) ทำให้ทะเลสาบเฟวา ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น
กลางทะเลสาบ มีวัด บาราฮิ ของชาวฮินดู ให้ขอพรและสักการะ มีกิจกรรม ล่องเรือในทะเลสาบ ชมดวงอาทิตย์ตกดิน หรือเดินเล่นกินลม รอบ ๆ ทะเลสาบ
ระหว่างนั่งรอเรือ กลับเข้าฝั้ง ได้ยินนักเรียนหญิงคุยกัน ดูจากภาษากาย เหมือนให้เพื่อนเข้ามาคุยกับพวกเรา เหมือนเป็นการฝึกภาษาอังกฤษ แต่ดูเด็กค่อนข้าขี้อาย สักพักยกโขยงกันมาทั้งกลุ่ม มาขอถ่ายรูป และคุยด้วย
ที่ต่อไปคือ Devi's Fall Pokhara คนเนปาลเรียกน้ำตกนี้ว่า Patale Chango แปลเป็นไทยว่า น้ำตกใต้ดิน (underworld falls) เพราะน้ำตกนี้เกิดจากลำธาร ที่ไหลผ่านช่องหินที่มีความลึกลงไปใต้ดิน ลืกจนมองไม่เห็นก้นเหว ส่วนของน้ำตกที่ตกลงมา มีบางส่วนไหลเข้าในถ้ำมหาเทพ Gupteshwor Mahadev cave อีกด้วย
ฉะนั้น ถ้าอยากเห็นจุดสิ้นสุดของน้ำตก ก็ต้องลงถ้า Gupteshwor Mahadev cave ที่อยู่ใกล้ๆกัน
ถ้ำกุปเตศวรมหาเทพ (Gupteshwor Mahadev Cave) ในโปขรา เนปาลเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูที่น่าสนใจ มีหินงอกหินย้อยรูปร่างคล้ายเทพเจ้าต่างๆ และเชื่อมต่อกับน้ำตกเทวี (Devi's Falls) ภายในถ้ำมีรูปปั้นพระศิวะและเทพฮินดูอื่นๆ เค้าไม่อนุญาตให้ใช้กล้องถ่ายรูป จึงได้แต่ยกมือไหว้และเดินผ่าน ไปยังก้นถ้ำ
จุดนี้เราสามารถเห็นน้ำตกเดวี่ ผ่านช่องผนังถ้ำ เนื่องจากภายในถ้ำมืดมาก จึงมองเห็นตัวน้ำตกที่อยู่ด้านนอกได้ชัดเจน
ออกจากที่นี่ ระหว่างเดินกลับรถผ่านวัดทิเบต พบเจอขบวนนักบวชเดินขบวนไปทำอะไรสักอย่าง พวกเราเดินตามไปดู ไม่รู้เค้าทำพิธีอะไร
จากนั้น พวกเราก็รีบเดินทางต่อ เพื่อขึ้นไปยังวัด Pumdikot Shiva Statue ซึ่งอยู่บนยอดเขาริมทะเลสาปเพวาด้านตะวันตก จากมุมนี้เราสามารถมองเห็นทะเลสาป และยอดเขาหางปลาที่สะท้อนแสงเป็นสีส้มทอง อย่างสวยงาม
ยังไม่จบสำหรับวันนี้ เนื่องจากตอนที่ไปลงเรือที่ทะเลสาป เห็นประกาศที่เค้าติดไว้ว่ามีการทำพิธีอะไรสักอย่าง ถามนาบิน ได้คำตอบว่า จะมีการทำพิธี อาราตี กันที่ริมทะเลสาป
พิธีอารตีไฟ (Aarti) คือพิธีบูชาไฟของศาสนาฮินดูที่ใช้แสงสว่าง (จากตะเกียง) นำมาวนหน้าเทวรูปเพื่อแสดงความเคารพ ขับไล่สิ่งชั่วร้าย และขอพร
พวกเรามาถึงทันเริ่มพิธีพอพี แทรกๆคนเข้าไป
วันสุดท้ายที่โพครา เช้านี้พวกเราจะขึ้นเจา สรังก๊อต เพื่อชมวิวหิมาลัยยามเช้า ยอดเขาสรังก๊อตในอดีตครั้งก่อน เมื่อ 10 กว่าปี ยังกันดารมาก ต้องเดินเท้าขึ้นมาจากตีนเขาเดินขึ้นมาค่อนวัน ระหว่างทางจะผ่านหมู่บ้านชาวเนปาลี ที่ยังคงวิถีชีวิตแบบเดิมๆ เดินไปจะมีเด็กมาล้อมหน้าล้อมหลังขอท๊อฟฟี่บ้าง ขอปากกาบ้าง ทางไม่โหดเท่าไหร่เดินขึ้นเนินไปเรื่อยๆ
แต่มาคราวนี้ ถนนตัดขึ้นถึงยอดเขาแล้ว บ้านเรือนเปลี่ยนไปเป็นบ้านเรือนสมัยใหม่ มีรั้วรอบขอบชิด จากลานจอดรถ ต้องเดินขึ้นบันใดไปด้านบนซึ่งเป็นจุดชมวิว บันใดสูงชันมาก เล่นเอาหอบหายในแทบไม่ทัน
หลังจากนั้น พวกเราก็เดินทางกลับมายัง กาฐมาณฑุ โดยเครื่องบิน ตื่นตากับวิวหิมาลัยมุมสูง
ขอจบทริปเนปาล แต่เพียงเท่านี้ ในอนาคต จะมีโอกาสไปเยือนเนปาลอีกเป็นครั้งที่ 6 หรือไม่ ก็แล้วแต่วาสนานะ...
No comments:
Post a Comment
ผ่านมาแล้วอย่าผ่านเลยไป แวะทักทายกันสักนิด......